![]() |
|||||||
|
"DAC/AMP พกพา ONIX ALPHA XI 1" โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ ส่วนประกอบด้วย DAC คู่ ระดับไฮเอนด์ Cirrus Logic CS 43198 สองตัว ให้การสวิงเสียง 130 dB. ความเพี้ยนบวกสัญญญาณรบกวน 115 dB ภาคขยายเสียง Class Pure A SGM 8262 คู่ 2 ตัว Slew Rate 33 Micro volt /sec ให้การขับหูฟังได้แรงแม้พวกโอห์มสูง ช่องเสียบหูฟังมีทั้ง balance 4.4 mm. และ ปกติ 3.5 mm. จอ OLED ปุ่มกดเลือกอัตราขยาย(1-9) เลือกความชันของการกรอง(FILTER) ,ไม่มีการตกแต่งเสียงช่วย , สายเสียบ Type C ที่ให้มา ใช้ทองแดงอย่างดี OXYGEN FREE พร้อมหัวอแดปเตอร์สำหรับมือถือ apple, โน๊ตบุกส์ , เลือก mode ประหยัดไฟได้ (ปกติตั้งไว้ที่ standby35% ใช้งาน 65%) ตัวถังเป็นอลูมิเนียมช่วยระบายความร้อน ONIX รองรับ HD Sound ถึง 32 bit, DSD สูงสุด
ต่อกับมือถือ motorola edge 20 fusion เสียบเข้าช่อง Type C ผลสรุป ONIX ให้พลังขับที่ดี( หูฟัง ThreeFriends 27 ohm ความไวประมาณ 102 dB) แนวเสียงของ ONIX สอดรับกับของThreeFriends เปะ คือเป็นกลางไม่แต้มสีสันใดๆ หลอกหู เป็นธรรมชาติและตื่นตัว ขี้ฟ้อง ดี/เลว แฉออกมาหมด สไตล์มอนิเตอร์ในห้องบันทึกเสียง ONIX + ThreeFriends จะไม่เอาใจหูไหนๆ มันเที่ยงตรงบริสุทธิ์ ทำให้ฟังได้ทุกสไตล์เพลง ฟังได้นานๆไม่เลี่ยน ไม่น่าเบื่อ ให้การตอบสนองความถี่เสียงกว้างอย่างน่าประทับใจ ประมาณว่า 20Hz ขึ้นไปถึง 28 KHz ราบรื่นตลอด ไม่มีการโด่งแถวๆ 18K Hz การที่มันมีข้อดีกว่าภาคขยายแบบ class D ทำให้ดูหนังได้เข้มข้น ฉับไว มันส์ กระหึ่ม ภาพตรงและรับกับทิศทางเสียง ทุกอย่างดีกว่า class D ทุกกรณี แล้วก็มาถึงจุดไคลแมกส์ของความเป็นภาคขยาย class A แท้ เทียบกับ DAC/AMPหางหนู 99.99 % ทั่วไปในท้องตลาด และที่มากับมือถือทั้งหมดใช้ภาคขยายเสียง" class D" ซึ่งเป็นภาคขยายที่แทบจะเป็นดิจิตอลไปแล้ว ผลคือ ให้ความสามารถในการหยุดการสั่นค้างที่แย่( damping factor ต่ำ) เกิดหางหรือเงาเสียงคละคลุ้งเป็นม่านหมอกบดบังรายละเอียดหยุมหยิมที่เบาๆทั้งหลาย ทำให้สิ่งละอันพันละน้อยทางอารมณ์หายไปหมด ทุกอย่าง ทั้งเสียงร้อง เสียงดนตรี เหมือนรีบทำให้จบๆไป ไม่มีการทิ้งท้ายทอดอารมณ์ นอกจากนั้น ปกติ การร้องเพลงคำสุดท้ายของประโยค มักจะมีการเน้นความดังเสียงสุดท้าย ตามจังหวะการผ่อนออกของลมหายใจสุดท้ายเสมอ สิ่งเหล่านี้"หายหมด" จากการอิ่มตัวของภาคขยายclass D ที่ถูกทำให้อิ่มตัวด้วยสัญญาณรบกวน ( wide band noise) ที่เกิดจากการทำงานของ class D และการอิ่มตัวเดียวกันนี้ ยังไปกดการสวิงเสียงแบบผีเข้าผีออก ทำให้ การแจกแจงระดับเสียงดัง-ค่อยหรือ ไล่ลำดับdynamic contrast เป๋ไปเป๋มา เกิดความไม่เสถียรทางทรวดทรง3D มิติเสียง ตำแหน่งเสียง ขอบเขตเวทีเสียง และความดัง-ค่อย ช่วงโหมดนตรีหลายชิ้นจะถอยจม แบน มั่ว เหมือนหมากัดกัน
นี่เป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบภาคขยาย class D นึกไม่ถึง ยิ่งถ้าภาคจ่ายไฟใช้วงจร Switching หรือ เขยิบความถี่การ Switching ไปที่ความถี่สูงๆ เพื่อลดขนาดขดลวดกรองความถี่สูงที่ขาออกลำโพง (หูฟัง) ปัญหาเหล่านี้ก็ยังอยู่และดูจะหนักหนาขึ้นด้วย สรุปคือ ถ้าอยากได้เสียงธรรมชาติสมจริง จงหลีกเลี่ยง ภาคขยาย class D ให้มากที่สุด คือไม่ควรใช้ในการฟังเพลงเลย อุบาทว์หู (พวกลำโพง Bluetooth ทั้งหลาย และซับวูฟเฟอร์active พวก SOUNDBAR ) ปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ ใช้ภาคขยาย class D หรือแสบกว่านั้น ภาคปรี ตัด แต่งเสียง ใช้ EQ/ DSP เข้าไปอีก เป็นอันจบข่าว ฝังลงหลุมสมบูรณ์แบบ สรุป ถ้าคุณอยากฟัง อยากเข้าถึง ความเลอเลิศสุดของเสียง หรืออยากรู้ว่า ที่สุดของเสียงเป็นอย่างไร การเข้าคู่กัน Threefriends/ONIX นี่...... ( ข้อเสียคือ ต่อไปนี้ คุณจะหาฟังเครื่องเสียงชุดละล้านขึ้นไปให้ได้เสียงถูกต้อง ได้ยากยิ่งเสียแล้ว ! ) www.maitreeav.com |