000
ยินดีต้อนรับเข้าสู่...เว็บสาระ / ความรู้เรื่องเครื่องเสียง    
 
บอร์ดพูดคุย, ซื้อ-ขายเครื่องเสียง
>> audio-teams.com
>> noom-hifi.com
>> wijitboonchoo.com
>> hifi55.com  
>> sk-audiophile.com
>> htg2.net
นิตยสารเครื่องเสียง
>> what Hi-Fi? Thailand
>> The Wave
>> Audiophile-Videophile
>> gm2000.com
>> The Stereo
ร้านค้าเครื่องเสียง
>> Piyanas Electric
>> KS Sons Group
>> Conice (บ้านทวาทศิน)
>> อัศวโสภณ
>> munkonggadget.com
>> bkkaudio.com
 
ปรับขนาดตัวหนังสือ เช่น 15, 16, 18, 20, + + / ยกเลิกใส่ 0 :

หมวดหมู่ > รายงานบททดสอบ > เครื่องเสียงบ้าน > มหากาพย์ L100
วันที่ : 23/09/2021
244 views

"มหากาพย์ L100 "

โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ

กว่า 40 ปีมาแล้วที่อเมริกาหาเหตุกุเรื่องเท็จแล้วบุกยึดเวียตนาม สมัยนั้นลำโพงระดับโลกอย่าง JBL ที่พวกเรารู้จักกันดี จะมีแต่พวกเศรษฐีเท่านั้นจึงจะมีปัญญาซื้อมาเล่น และทั้งหมดจะเป็นรุ่นใหญ่วางพื้นแทบทั้งสิ้น ราคาซื้อรถเบนซ์ 190 สมัยนั้นได้

แต่แล้ววันดีคืนดี ในห้วงสงครามเวียตนาม JBL ก็ออกลำโพงวางหิ้ง 12 นิ้วขอบผ้า,  3 ทาง ตู้เปิด(ปรับเสียงแหลม, กลาง ได้) ออกมาลองตลาดในสนนราคาที่คนระดับกลางเอื้อมถึงได้ ราคาของหนีภาษี 8,000 บาท ( ทองบาทละ 300 บาท) และดูเหมือนใครๆก็ซื้อของหนีกันหมดแต่เอเย่นต์JBL คือ เบ๊เต๊กฮวดที่สะพานเหล็กก็เฉยๆ ยุคนั้น JBL L100  โด่งดังทะลุฟ้า แทบทุกร้านขายจานเสียงจะเปิดจานเสียงให้ฟังด้วยลำโพงคู่นี้ นัยว่า เอาอะไรใส่เข้าไป หรือต่อเล่นกับมันก็ไพเราะน่าฟังไปหมด เป็นลำโพงในฝันของผม ( รองลงไปคือ AR 3 a ยุคนั้นใครๆก็หายใจเป็น 2 คู่นี้)

เสียงของ L100 จะออกมาหวาน นุ่ม กลมกล่อม ติดหูทันทีเมื่อได้ฟังครั้งแรก  เสียงเกลี้ยงสะอาด สบายหู ฟังอะไร  ต่อเล่นกับอะไรก็น่าฟังไปหมด ทุ้มอาจไม่ลงลึกระดับ 30Hz อย่าง AR3a  แต่กลางแหลม JBLกรุ้งกริ้ง สดสว่างกว่าเยอะ แถม JBL ความไวน่าจะถึง 90 dB/w/m ขณะที่AR ขับยากกินวัตต์กว่ามาก แต่ทุ้มจะลงลึกกว่า หนักกว่า JBLออกมา AR จ๋อยไปเลย

อย่างไรก็ตาม สมัยนั้น ไม่มีผู้ผลิตลำโพงเจ้าไหนสนใจเรื่อง มิติ เสียงเลย L100 ก็เช่นกัน เอกลักษณ์ของL100คือแผงหน้ากากโฟมที่เป็นก้้อนสี่เหลี่ยมเรียงทั้งหน้าคล้ายช๊อคโกแลต  มีทั้งสีส้ม  น้ำเงิน สวยจริงๆ ( หลังสุดของมือสองขายกัน 40,000 บาท ! )  L100 นี่ขายกันระเบิด มาเท่าไรไม่เคยพอ อย่างกับแจกฟรี แล้วอยู่ๆบริษัทก็เลิกผลิตไป

เกือบ 10 ปีต่อมา วงการลำโพงเริ่มเห็นความสำคัญของ มิติเสียงที่ดี สมจริง ซึ่งต้องขอบคุณ ลำโพงจากฝั่งประเทศอังกฤษที่บุกเบิกเรื่องนี้แล้วก็ขายดิบขายดี จนอเมริกาทนไม่ไหว ต้องหันมาใส่ใจเรื่องมิติเสียง ทั้งค่ายขาใหญ่AR และ JBL 

JBL ออกรุ่น L110  ที่เน้นราบละเอียดมากขึ้น และพอจะแยกแยะมิติเสียงได้ แต่ก็สูญเสียบุคคลิกเด้นของ L100 เดิมไปเกือบหมด
ทำให้ยอดขายไม่ดีเอาเลย ปิดตำนาน L100ไปหลายสิบปี

จนเมื่อประมาณ 20ปีมานี้ JBL ฉลองครบรอบอายุบริษัท 60 ปี ได้เอา JBL L100 มาปัดฝุ่นและผลิต ออกแบบใหม่หมด ชื่อรุ่น JBL L  100 Century Gold ที่เปลี่ยนไปคือดอกแหลมโดมติตาเนี่ยมชุบทอง  ดอกกลางกรวยเยื่อกระดาษเสริมโปลี ขอบยาง  ดอกทุ้ม กรวยเยื่อกระดาษเสริมโปลี่ ขอบยาง 12นิ้ว เช่นกัน จะเห็นว่า เป็นดอกยุคใหม่ทั้งหมด ที่พิเศษสุดรุ่นแรกในโลกลำโพงคือ วงจรแบ่งความถี่เสียงระบบบาลานท์ ที่มีไฟแบตเตอรี่9 v เลี้ยงวงจร เพื่อลดทอนความเพี้ยนต่ำสุด สัญญาณรบกวนต่ำสุด (สิบกว่าปีต่อมาจึงเห็นวงจรแบบนี้ปรากฏอยู่ในลำโพงJBL วางพื้นขนาดใหญ่ตระกูล Everrest ราคา ล้านกว่าบาท !  และไม่มีลำโพงยี่ห้อใดในโลก ที่จะมีวงจรนี้ )

JBL L 100 Century Gold หน้ากากผ้าโปร่งธรรมดา ตัวตู้สวยดูหรูมากๆ เป็นลำโพงวางหิ้งที่หรูที่สุดในโลก ราคาตอนนั้น บริษัทมหาจักรฯ ตั้งไว้ที่ 140.000 บาท ( เมื่อร่วม 30 ปีมาแล้วหลังสุด ขายของเหลือ มีตำหนิไป คู่ละประมาณ 80,000 บาท ที่ญี่ปุ่นมือสอง 4 แสนบาท )

JBL L100 Century Gold เป็นลำโพงที่เสียงหวาน กลมกล่อม เกลี้ยงสะอาดสุดๆ ที่สุดเท่าที่เคยฟังลำโพงมา ที่สุดอีกข้อคือ เสียงร้องที่จีบปากจีบคอ สอดใส่และถ่ายทอดอารมณ์นักร้องได้แบบขนหัวลุก อย่างเพลงเก่าอมตะ " น้ำตาแสงใต้ " ที่พันท้ายนรสิงห์ร้อง ก่อนถูกตัดศีรษะ  ดูเหมือนร้องโดยคุณฉลอง สิมะเสถึยร ฟังแล้ว เห็นน้ำตาพระเอกไหลพราก โคตรเศร้าเลย ผมไม่เคยฟังลำโพงอะไรที่ถ่าย ทอดได้สะเด็ดน้ำ เก็บ ทุกเม็ดได้ชนาดนั้นอีกเลยในชีวิต  เสียงโดยรวมอื่นๆจะคล้าย L100 ดั้งเดิมแรกสุด  แต่รายละเอียดจะดึขี้น สะอาดหูขึ้น สุภาพขี้น มิติดีกว่าเดิม  แต่ไม่ขนาดชั้นหนึ่ง ทุ้มออกผ่อนคลาย ไม่ตูมๆ กระแทกกระทั้น เอาไปดูหนังมันส์ๆคงไม่เหมาะแน่ เป็นลำโพงที่น่าซื้อเก็บอย่างยิ่ง แต่สภาพเนี้ยบคงหายากมาก มันคือสุดยอดตำนานอย่างแท้จริง

ล่าสุดเมื่อ4-5 ปีมานี้ JBL รื้อฟื้น L100 ขึ้นมาใหม่ ให้ชื่อรุ่นว่า L100 Classic โดยดูเหมือนว่าจะยกดอกทั้งหมดมาจาก Century Gold แต่ไม่ชุบทอง และวงจรแบ่งความถี่เสียงเเป็นแบบซิงเกิ้ลเอนด์ธรรมดาทั่วไป ย้อนกลับมาใช้หน้า   กากโฟมลูกเต๋าเหมือนรุ่นแรกสุด  ราคารุ่นนี้กระโดด
ขึ้นไปที่ประมาณ 150,000 บาท แถมขาตั้งเชิดหน้า

เสียงจากรุ่นนี้ ผิดหูไปเลย ไม่มีเค้าของ L100ดั้งเดิมใดๆ เสียงจะออกแนวสมัยใหม่ เน้นรายละเอียดหยุมหยิม  มีความเป็นอนาลอคลดลง ลดความถึ่คู่ควบลง  เติมความฉับไวลงไป  ใครติดใจชอบเสียงหวาน  อิ่มของL100 ดั้งเดิม ลืมได้เลย แต่ L100 Classic ใหม่ก็ให้การแยก  แยะมิติเสียง ได้ดีกว่า

สรุป ผมว่า JBL L100 Classic คงสร้างปัญหาคาใจกับแฟนคลับ L 100 ดั้งเดิมให้ฉงนว่า เกิดอะไรขึ้น ความเป็นอมตะหายไปไหนหมด !?

ล่าสุด (เกีอบปลายปี2564) ทาง JBL ได้วางตลาด JBL L100 Classic Limitted 75 th Aniversary ภายนอกดูเผินๆเหมือนรุ่น L100 Classic ทุกอย่าง แต่ภายในปรับปรุงมากขี้น เช่นดอกทุ้มที่ดีขึ้น รวมทั้งวงจรแบ่งเสียง การเสริมดามผนังตู้ภายในมากขึ้น ผลิตออกมาจำกัด ทั่วโลกมี ประมาณ2 พันคู่เท่านั้น มีหมายเลขบอกคู่ที่? ด้านหลัง ราคาคู่ละประมาณ 199,000 บาท ( ไทยได้แบ่งมางวดแรกแค่ 2 คู่... ขายหมดแล้ว )

www.maitreeav.com

www.maitreeav.com
สำนักงาน : 313/129 ซ. เคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ 10520
โทร. 081-5500269 , 099-569-6459